คู่มือประชาชน ให้ความรู้พลเมืองเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง
- วันที่
- เข้าชม
- 3 ครั้ง
- ไฟล์แนบ
- 1 ไฟล์
ในคู่มือนี้ · 21 หัวข้อ
- 1คำนำ
- 2การปกครองส่วนท้องถิ่น
- 3หน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- 4รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย
- 5โครงสร้างและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- 6คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- 7หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้ง
- 8บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
- 9การเตรียมความพร้อมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่น
- 10การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- 11เหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- 12หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิ ดังนี้
- 13การอำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุในการลงคะแนนเลือกตั้ง
- 14ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง
- 15การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น
- 16การดำเนินการกรณีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
- 17ลักษณะของคนที่ควรเลือกเป็นผู้แทน
- 18การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ไม่สุจริตส่งผลเสียหายอย่างไร
- 19การคัดค้านการเลือกตั้ง
- 20ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
- 21ซื้อสิทธิ ขายเสียง มีความผิด
คู่มือประชาชน ให้ความรู้พลเมืองเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง “ชุดความรู้การเลือกตั้งท้องถิ่น”
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พิมพ์ครั้งที่ 1 พิมพ์เมื่อ สิงหาคม 2563 จำนวนที่พิมพ์ 200,000 เล่ม
คำนำ
หนังสือ “คู่มือประชาชนให้ความรู้พลเมืองเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง : ชุดความรู้การเลือกตั้งท้องถิ่น” เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะได้ใช้ศึกษาเรียนรู้เพื่อเตรียมตัวไปใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับต่างๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นที่ควรรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือประชาชนเล่มนี้ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งคุณภาพโดยพลเมืองคุณภาพต่อไป
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สิงหาคม 2563
การปกครองส่วนท้องถิ่น
การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นการที่รัฐบาลกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการปกครองตนเองภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนได้สะดวก รวดเร็ว และตรงกับความประสงค์ของชุมชนนั้น โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกในการทำหน้าที่แทนรัฐบาล การใช้อำนาจดังกล่าวจะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ รวมทั้งก่อให้เกิดผลในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและท้องถิ่น
ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ จะเป็นผู้กำหนดผู้แทนหรือตัวบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งผู้แทนจะต้องเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งและได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนในท้องถิ่นนั้น
หน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- รักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชน
- จัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร
- จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก
- การรักษาความสะอาดของถนน ทางเดิน ทางน้ำและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
- คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
- ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ
- การศึกษาอบรม และสุขอนามัยของประชาชน
- บำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย
1. การปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบทั่วไป
1.1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ มีจังหวัดละ 1 แห่ง (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) มีเขตพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั้งจังหวัด โครงสร้างการบริหาร ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นฝ่ายบริหาร และสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
1.2 เทศบาล
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตชุมชนเมือง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เทศบาลนคร (ทน.) เทศบาลเมือง (ทม.) และเทศบาลตำบล (ทต.) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนและความหนาแน่นของประชากร ความเจริญทางเศรษฐกิจหรือรายได้ของท้องถิ่น โครงสร้างการบริหาร ประกอบด้วย นายกเทศมนตรี เป็นฝ่ายบริหาร และสภาเทศบาล เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
1.3 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลทุกข์สุข และให้บริการประชาชนในหมู่บ้านและตำบล โครงสร้างการบริหาร ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นฝ่ายบริหาร และสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
2. การปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ
2.1 กรุงเทพมหานคร
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีขนาดใหญ่มาก เป็นเมืองหลวงของประเทศที่เป็นศูนย์กลางของความเจริญในทุกด้าน แบ่งเขตการปกครองเป็น 50 เขต โครงสร้างการบริหาร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นฝ่ายบริหาร และสภากรุงเทพมหานคร เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
2.2 เมืองพัทยา
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีจำนวนและความหนาแน่นของประชากรมาก จัดตั้งขึ้นเพื่อให้สามารถบริหารการจัดทำบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัว โครงสร้างการบริหารประกอบด้วย นายกเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร และสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
ทั้งนี้ ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยผู้บริหารมีจำนวน 1 คน ส่วนสมาชิกสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติจะมีจำนวนเท่าใดเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
โครงสร้างและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย และมีหน้าที่ ดังนี้
ฝ่ายสภาท้องถิ่น มีหน้าที่ ดังนี้
- ออกข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ (ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย) เช่น การใช้น้ำประปาหมู่บ้าน การกำจัดขยะมูลฝอย ฯลฯ
- ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาท้องถิ่นประจำปี
- ให้ความเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติงานของผู้บริหารท้องถิ่น เช่น การตรวจสอบการรับและการใช้จ่ายงบประมาณของท้องถิ่นว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่นและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีหรือไม่ การตั้งกระทู้ถามผู้บริหารท้องถิ่นอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ เป็นต้น
ฝ่ายผู้บริหารท้องถิ่น มีหน้าที่ ดังนี้
- บริหารกิจการของท้องถิ่นให้เป็นไปตามข้อบัญญัติและแผนพัฒนาท้องถิ่น
- จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น และงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเสนอสภาท้องถิ่นเพื่อให้ความเห็นชอบ
- รายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินต่อสภาท้องถิ่น
การกำกับดูแล
| องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น | ผู้กำกับดูแล |
|---|---|
| อบจ. | ผู้ว่าราชการจังหวัด |
| เทศบาล | ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับเทศบาลเมือง เทศบาลตำบล ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบหมายให้นายอำเภอปฏิบัติการแทนสำหรับเทศบาลที่อยู่ในอำเภอนั้น |
| อบต. | นายอำเภอ |
| กทม. | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย |
| เมืองพัทยา | ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี |
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
- มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- คุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้ง
- บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
- หรือ บัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ (มีรูปถ่าย) (มีเลขประจำตัวประชาชน) เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ พาสปอร์ต เป็นต้น
บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
- วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
- มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
การเตรียมความพร้อมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่น
ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ก่อนวันเลือกตั้ง
- ไม่น้อยกว่า 25 วัน ตรวจสอบได้ที่ที่ว่าการอำเภอ/ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง
- ไม่น้อยกว่า 15 วัน ตรวจสอบจากเอกสารที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมายังเจ้าบ้าน
- ไม่น้อยกว่า 10 วัน หากพบว่า
- ตนเองหรือผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง → ขอเพิ่มชื่อ
- เจ้าบ้าน เห็นว่ามีชื่อบุคคลอื่นอยู่ในทะเบียนบ้านของตนโดยไม่ได้อาศัยอยู่จริง → ขอถอนชื่อ
ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อพร้อมนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย
การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใดที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยทำเป็นหนังสือซึ่งต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง สามารถแจ้งด้วยตัวเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นไปยื่นแทน หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
เหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
- มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด
กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แจ้งเหตุไว้แล้ว หากในวันเลือกตั้งเหตุดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งได้
หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิ ดังนี้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ถ.หรือ ผ.ถ. หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน ส.ถ. หรือ ผ.ถ.
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
- ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และเลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น
การถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี
การอำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุในการลงคะแนนเลือกตั้ง
กกต. ได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกในการออกเสียงลงคะแนนแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุไว้เป็นพิเศษหรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนภายใต้การกำกับดูแลของ กปน.
ในการช่วยเหลือดังกล่าว ต้องให้บุคคลนั้นได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเองตามเจตนาของบุคคลนั้น เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพทำให้ไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ให้บุคคลอื่นหรือ กปน. เป็นผู้กระทำการแทน โดยความยินยอมและเป็นไปตามเจตนาของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น ทั้งนี้ ให้ถือว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง
- ตรวจสอบรายชื่อ
ตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อ ที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง - ยื่นหลักฐานแสดงตน
ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือในบัญชีรายชื่อ- บัตรประจำตัวประชาชน
- หรือ บัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือบนขั้วบัตร- บัตรเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น
- บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น
- ทำเครื่องหมายกากบาท
- 4.1 เข้าคูหา
- 4.2 ทำเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องทำเครื่องหมาย
- 4.3 พับบัตรเลือกตั้ง
- หย่อนบัตรเลือกตั้งด้วยตัวเอง
เวลาลงคะแนนเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 17.00 น.
การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น
ห้ามมิให้
- ผู้ใดซึ่งรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งพยายามออกเสียงลงคะแนน หรือออกเสียงลงคะแนน
- ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งที่ตนได้รับจาก กปน. ชำรุดหรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้
- ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการเลือกตั้ง
- ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง
- ผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร นับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
- ผู้ใดใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเพื่อให้เห็นเครื่องหมายลงคะแนนในคูหาเลือกตั้ง
- ผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้ง ในระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนเลือกหรือไม่เลือกผู้สมัครใดหรืองดเว้นไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใด
- ผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง หรือเพื่อจะแกล้งให้ผู้สมัครผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง นอกจากเครื่องหมายที่ลงคะแนน
- ผู้ใดนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง เว้นแต่เป็นการกระทำตามหน้าที่และอำนาจ
การดำเนินการกรณีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง (กกต. มีอำนาจ : คำสั่ง กกต. ให้เป็นที่สุด)
- สั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
- สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (ใบส้ม)
(เมื่อ กกต. มีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) หรือมีคำสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (ใบส้ม) ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งต่อไป)
หลังประกาศผลการเลือกตั้ง (กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา)
- เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ)
- หรือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี (ใบแดง)
ซื้อเสียง ขายสิทธิ ผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ
ลักษณะของคนที่ควรเลือกเป็นผู้แทน
- เป็นคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น รับรู้ปัญหาของท้องถิ่น
- มีคุณธรรม มีความเสียสละ
- มีการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ทำผิดกฎหมาย
- เข้าถึงประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและนำมาแก้ไข เสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและท้องถิ่นนั้นๆ
- รับฟังความคิดเห็นและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น
- เป็นแบบอย่างที่ดีของการรู้จักรักษาประโยชน์ส่วนรวม
- มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตย
การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ไม่สุจริตส่งผลเสียหายอย่างไร
- ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย
- กกต. อาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ท้องถิ่นต้องใช้งบประมาณซึ่งมาจากภาษีของพวกเรา เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ
- ได้ผู้แทนที่มุ่งเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่ามุ่งพัฒนาท้องถิ่น
- ประชาชนและท้องถิ่นจะไม่ได้รับการดูแลแก้ไขปัญหา และพัฒนาอย่างแท้จริง
การคัดค้านการเลือกตั้ง
หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง หรือที่ตนสมัครรับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ยื่นคัดค้านต่อ กกต. ตั้งแต่วันที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึง 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
เว้นแต่การคัดค้านเกี่ยวกับ
- ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร หรือการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร อาจยื่นคัดค้านได้ตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึง 180 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
- การนับคะแนนให้คัดค้านในระหว่างเวลาที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ หรือในกรณีคัดค้านการรวมคะแนน ให้คัดค้านก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง
ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยแล้วไปเลือกตั้งกันนะคะ
- ตรวจสอบรายชื่อ
- วัดอุณหภูมิ
- กรณีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศา → ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ → ให้ไปที่ลงคะแนนพิเศษ
- อุณหภูมิไม่เกิน 37.5 องศา → ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์
- ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์
- ยื่นหลักฐานแสดงตน (ถอดหน้ากากและสวมหน้ากากคืน)
- ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์
- ลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อและบนต้นขั้วบัตร
- ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
- เข้าคูหาลงคะแนน
- ใส่บัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร
- ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์
ซื้อสิทธิ ขายเสียง มีความผิด
มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี
ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 1444 www.ect.go.th
หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
เอกสารแนบ
| ชื่อไฟล์ | ชนิด | ขนาด | การดำเนินการดาวน์โหลด |
|---|---|---|---|
คู่มือประชาชน ให้ความรู้พลเมืองเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง.pdf ดูตัวอย่างในหน้านี้ | 3.4 MB |
ทั้งหมด 1 ไฟล์ ขนาดรวม 3.4 MB
